Thursday, September 20, 2012

การเลือกซื้อ Metal Detector เบื้องต้น

หลังจากเลิกเล่นเจ้า Detector ไปพักใหญ่ๆ(ร่วมๆ 15 ปี) อินเตอร์เน็ตก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตคนไทยมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลต่างๆทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้นกว้างไกลขึ้น วันนึงตอนที่กำลังท่องเน็ต บัง
เอิญได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการค้นพบสมบัติจากใช้เจ้าเครื่อง Metal Detector ทำให้ความอยากที่จะจับเจ้าเครื่องนี้กลับมาอีกครั้ง เราจึงลองหาข้อมูลในประเทศไทยดู พบว่าในประเทศไทยนั้นมีคนที่ใช้เจ้าเครื่องนี้แบบจริงจรังนั้นีมน้อยมาก ที่เห็นจะเป็นจริงเป็นจังมากที่สุดก็คือ บล็อคของคุณลุงวรรณ
http://suwanmetaldetector.blogspot.com อีกอย่างเจ้าเครื่องนี้ในบ้านเราก็หายากและราคาแสนแพง บางเครื่องสามารถเอาไปซื้อรถมอเตอร์ไซค์ดีๆสักคันได้เลย ความฝันจึงยังคงเป็นความฝันเสมอมา จนกระทั่งช่วงชีวิตนึงได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ และได้ค้นพบว่าที่นี่ มีกลุ่มและสมาคมที่เกี่ยวกับการค้นหาสมบัติที่ใช้เจ้า Metal Detector อยู่มากมาย พวกเค้าเรียกตัวเองว่า Detectorist คนกลุ่มนี้ใช้เวลาว่างกับการค้นหาสมบัติและทองธรรมชาติที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน บางคนทำเป็นอาชีพเลยก็มี เครื่อง Metal Detector ที่อเมริกา มีความหลากหลายมากและราคาไม่แพงเหมือนที่บ้านเรา มีการแบ่งเป็นเครื่องสำหรับผู้เริ่มต้น ระดับกลาง และมืออาชีพ ตามการใช้งานและความชำนาญ กิเลศจึงบังเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง

การเลือกซื้อ Metal Detector ให้คุ้มค่ากับการใช้งานนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณาคือ

  • การนำไปใช้งาน  จุดประสงค์หลักๆของการค้นหาส่วนใหญ่แบ่งเป็นสองกลุ่มหลักๆคือค้นหาก้อนทองในธรรมชาติหรือที่เรียกว่า Gold Nugget hunting  กับอีกกลุ่มนึงคือ การค้นหาวัตถุทั่วๆไปหรือคือ Relic hunting 
  • สภาพพื้นที่ในการนำไปใช้งาน บนบก ในน้ำจืด หรือ ทะเล
  • ประสบการณ์ในการใช้งานเครื่อง  Metal Detector ในเครื่องรุ่นที่สูงขึ้นไปจะมีความซับซ้อนมากขึ้นและแน่นอนว่า ราคาก็สูงขึ้นตาม
  • เทคโนโลยีและความสามารถเฉพาะตัวของ  Metal Detector แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ(หลากหลายมาก)
  • งบประมาณ
ยกตัวอย่างเช่น คุณสมชาย มีความต้องการซื้อเครื่อง Metal Detector

  • การนำไปใช้งาน คุณสมชายอยู่ในพิ้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ไม่มีสายแร่ทองคำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ดังนั้นคุณสมชายควรเลือก เครื่องที่ใช้ค้นหาวัตถุทั่วๆไปเป็นหลัก 
  • สภาพพื้นที่เป็นภูเขาส่วนใหญ่ดังนั้นเครื่องที่สามารถใช้ลงค้นหาในน้ำได้จึงไม่มีความจำเป็น
  • คุณสมชายเป็นผู้เริ่มต้น ดังนั้นควรเริ่มต้นกับเครื่องที่มีเทคโนโลยีไม่ซับซ้อน หรือถ้าหากคิดว่าจะพัฒนาต่อยอดขึ้นไปก็สามารถเลือกซื้อเครื่องระดับกลาง - สูงได้
  • เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการใช้งาน คุณสมชายอยู่ในพื้นที่ที่พื้นดินมีแร่ธาตุบางอย่างที่สามารถรบกวนสัญญาณของ  Metal Detector ดังนั้น เทคโนโลยีที่เรียกว่า Ground Balance เพื่อกำจัดสัญญาณรบกวนออกไป
  • มีงบ ประมาณ 10000 บาท
สรุป ความต้องการ Metal Detector ของคุณสมชาย   สำหรับผู้เริ่มต้น ใช้เพื่อค้นหาวัตถุโลหะทั่วไป ใช้งานบนบกอย่างเดียว มีระบบ Ground Balance ราคาไม่เกิน 10000 บาท จากนั้นเราก็สามารถหาซื้อเครื่องที่ถูกใจเราได้แล้วนะครับ นี่ก็เป็นไอเดียเบื้องต้นสำหรับผู้อยากเริ่มต้นเป็น Detectorist ครับ

Wednesday, September 19, 2012

Metal detector เครื่องแรกและแรงบัลดาลใจ

เช้าวันหนึ่งในเดือนธันวาคมเมื่อเกือบยี่สิบก่อน "ลูกๆพ่อกลับมาแล้ว" เสียงพ่อดังขึ้นปลุกเราจากค่ำคืนที่หนาวเย็น เราผงกหัวขึ้นด้วยความงัวเงียพร้อมๆกับกวาดสายตามองหาที่มาของเสียง  พ่อยืนอยู่ที่ปลายเตียงยิ้มร่าในมือถือบางอย่างเป็นกล่องใหญ่ "สุขสันต์วันเกิดลูกพ่อมีของขวัญมาให้" สิ้นเสียงพ่อเท่านั้น เราเด้งพึงขึ้นจากที่นอน สมองตื่นตัวเต็มที่ พุ่งไปรับของขวัญจากมือพ่ออย่างไม่รอช้า  จำได้ว่าของขวัญชิ้นนั้นเป็นของขวัญที่อยู่ในความทรงจำมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณพ่อแม่ที่ให้ของขวัญและแรงบัลดาลใจที่ยิ่งใหญ่เสมอมา กล่องถูกรื้อกระจายเศษถุงพลาสติกและกระดาษห่อถูกทิ้งไว้เต็มเตียงตามประสาเด็กบ้านนอกที่นานๆทีจะมีของดีๆตกมาถึงมือ วัตถุที่อยู่ในกล่องถูกดึงออกมา ด้ามจับสีส้ม ต่อกับท่อยาวๆสีเงิน ตรงปลายมีจานพลาสติกสีดำหนาๆ ไวเท่าที่สมองเด็กคนนึงจะคิดได้คำถามก็ผ่านปากออกไปทันที "มันคืออะไรอะพ่อ" พ่อบอกว่ามันคือเครื่องตรวจจับโลหะ เอาไว้หาสมบัติใต้ดิน เวลามันเจอของที่เป็นโลหะมันจะส่งเสียงร้อง พอได้ยินคำว่าสมบัติเท่านั้น เรื่องราวจินตนาการต่างๆก็พากันผุดเข้ามามากมายเท่าที่เด็กคนนึงจะจินตนาการได้ แล้วการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้นนับจากวันนั้น  Metal detector เครื่องแรกในชีวิต พ่อซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด จากร้านเรดิโอแช๊คที่กรุงเทพ คู่มือไม่เคยเห็นวิธีใช้ไม่เคยรู้ รู้แต่ว่าเอาไปเหวี่ยงๆขนานกับพื้นพอเจอบางอย่างมันก็จะส่งเสียง อี๊คคคค แหลมๆออกมาแล้วพวกเราเด็กๆก็ลงมือขุดอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยหวังว่าจะมีหีบสมบัติล้ำค่าฝังอยู่ใต้ผืนดินนั้น ถึงวันนี้เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันหายไปไหนหรือพังไปแล้วหรือยัง จำได้แค่ว่าสิ่งที่ลงทุนขุดขึ้นมามันไม่คุ้มค่ากับแรงที่ลงไปซะเลย