Monday, October 15, 2012

ว่าด้วยคอยล์ค้นหาชนิดต่างๆ ตอนที่ 2 : Double D "DD" Coil


"Double D Coil"

สาเหตุที่เรียกคอยล์ชนิดนี้ว่า ดับเบิ้ลดี นั้นเป็นเพราะการออกแบบครับ ผู้สร้างได้ออกแบบให้ คอยล์รับ-ส่ง ในลักษณะตัว D วางหันหลังเกยกัน การออกแบบลักษณะนี้ทำให้สนามแม่เหล็กที่แผ่ออกมานั้น เป็นลักณะแผ่นแบนออกมาจากบริเวณที่ขดลวดเกยกันเท่านั้น ทำให้มีข้อได้เปรียบกว่าคอยชนิดคอนเซ็นทริกที่มีลักษณะสนามแม่เหล็กเป็น กรวยปลายแหลม การใช้งานจึงครอบคลุมพื้นที่มากกว่าในการกวาดหาวัตถุ 1 ครั้ง


ข้อดี
  • คอยล์ชนิดนี้ได้รับผลกระทบจากแร่ธาตุในดินน้อย น้อยกว่าคอยล์ชนิดอื่นถึง 70% ทำให้การค้นเป็นไปได้แทบทุกพื้นที่ 
  • ครอบคลุมพื้นที่การค้นหาต่อการกวาด 1 ครั้งมากกว่าคอยล์ชนิดอื่นๆ
ข้อเสีย

  • การพินพอยท์ทำได้ไม่แม่นยำ เนื่องจากสนามแม่แหล็กมีความเข้มข้นเท่าๆกันทั่วบริเวณเมื่อเปรียบเทียบกับคอนเซ็นทริกที่สนามแม่เหล็กมีความเข้มข้นที่สุดตรงกลาง
  • ไม่สามารถค้นหาในพื้นที่ขนาดเล็กหรือบริเวณที่ชิดกำแพงได้





Friday, October 12, 2012

ว่าด้วยคอยล์ค้นหาชนิดต่างๆ ตอนที่ 1 : Concentric Coil

มีคำกล่าวว่า Put the right man on the right job ย่อมทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันกับ Put the right coil on the right search job ย่อมทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ถึงแม้คอล์ยแต่ละชนิดนั้นมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายๆกันแต่การใช้งานผิดสถานที่ผิดเวลานั้นย่อมก่อให้เกิดข้อผิดพลาดได้เหมือนกันครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงคอล์ยและการใช้งานในลักษณะต่างๆในการค้นหากัน
   "Concentric coil"
อยล์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาในลักษณะวงกลมหรือวงรี โดยมีการวางขดลวดสองขดขนาดแตกต่างกันวางขนานกันในแนวนอนโดยที่ขดลวดใหญ่วงนอกนั้นทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณ และขดลวดเล็กกว่าภายใน ทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณ คอล์ยชนิดนี้เราสามารถพบเห็นได้เป็นส่วนใหญ่ มักจะแถมให้มาเป็นมาตราฐานในเครื่องเมทัลดีเทคเตอร์ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ค้นหาวัตถุทั่วๆไปได้ เช่น เหรียญ แหวน หรือวัตถุโลหะอื่นๆ ลักษณะการส่งสัญญาณของคอยล์ชนิดนี้นั้นจะสร้างสนามแม่เหล็กในรูปกรวย 
                      
ข้อดีของคอยล์ชนิดนี้คือ

  • การทำพินพ้อยท์ หรือการระบุตำแหน่งละเอียดสามารถทำได้ง่ายกว่าคอยล์ชนิดอื่น
  • ช่วยให้การระบุชนิดของเป้าหมายและการแยกแยะเป้าหมายทำได้แม่นยำ
ข้อเสีย

  • เนื่องจากการส่งสัญญาณของคอยล์เป็นรูปกรวยปลายแหลมทำให้การค้นหาใช้เวลามากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การค้นหาทั้งหมด
  • คอยล์ชนิดนี้ได้รับผลกระทบมากจากการรบกวนของแร่ธาตุที่อยู่ในพิ้นดิน โดยเฉพาะเกลือ

                                       

Wednesday, October 10, 2012

Ground Balance นั้นสำคัญไฉน?

 Ground Balance คืออะไร

ในผืนดินอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผืนดินในแต่ละที่นั้นประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่โดยมากแล้วแร่ธาตุหลักๆที่ประกอบอยู่ในพื้นดินคือ "เหล็ก"  อย่างเช่นศิลาแลงในบ้านเรานั้นก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับดืนที่มีส่วนประกอบของเหล็กอยู่อย่างสูง ซึ่งในบางพื้นที่อาจมีแร่ธาตุเหล่านี้ปกคลุมอยู่เป็นบริเวณกว้างหรือมากน้อยแตกต่างกันไป (บ้านเราดูง่ายๆดินสีแดงๆที่เรียกว่าลูกรัง)

ทีนี้มาเข้าเรื่องของการ Ground Balance กันดีกว่าครับ หากถามว่าทำไมต้องทำหรือมันจำเป็นอย่างไร
คำตอบก็คือ หากเครื่องตรวจโลหะของเราไม่มีความสามารถในการทำ Ground Balance แล้วเจ้าเครื่องมือของเราก็จะตรวจเจอแร่ธาตุนั้นๆในดินไงละครับ แทนที่เครื่องจะสามารถส่งสัญญาณค้นหาไปได้ลึกอย่างที่ควรจะเป็นกลับกลายเป็นว่า แร่ธาตุต่างๆไปรบกวนความสามารถในการส่งออกมาของสัญญาณนั่นเอง ดังนั้นเครื่องตรวจโลหะที่มีความสามารถในการทำ Ground Balance ได้นั้นจะสามารถมองข้ามสัญญาณรบกวนที่มากจากแร่ธาตุต่างๆในดินนั่นเองทำให้การค้นหาวัตถุเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เครื่องตรวจโลหะที่ผลิตกันออกมาขายในปัจจุบันนั้นต่างมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปใส่ไว้ในเครื่องของตนเองส่วฯใหญ่จะสามารถแบ่งได้หลักๆตามนี้ครับ
  • ไม่มีระบบ Ground Balance
  • Ground Balance แบบตั้งค่าคงที่จากโรงงาน
  • Ground Balance แบบตั้งค่าแมนนวล
  • Ground Balance แบบอัตโนมัติ
  • Ground Balance แบบผสม(อัตโนมัติ+ตั้งค่าแมนนวล)

Ground Balance แบบตั้งค่าคงที่จากโรงงาน(Preset Ground Balance)

โดยมากแล้วเครื่องรุ่นต่ำๆราคาไม่สูงนักมักจะไม่ใส่ความสามารถนี้มาให้ แต่ในบางยี่ห้อที่ผู้ผลิตใจดีหรืออยากสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตัวเองก็มักจะใส่ความสามารถในการ Ground Balance แบบค่าคงที่มาให้ โดยที่ทางผู้ผลิตนั้นจะทำการ สำรวจและวิจัย ชนิดของดินต่างๆทั่วโลก ส่วนประกอบของแร่ธาตุต่างๆแล้วทำการหาค่าเฉลี่ย ของการรบกวนจากแร่ธาตุแล้วทำการตั้งค่านั้นๆมาในเครื่อง
ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ เมื่อเราทำการค้นหาในพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างมากๆจากค่าที่โรงงานตั้งไว้ให้ สิ่งที่จะเกิดก็คือ เครื่องจับโลหะของเราอาจจะร้องเสียงหลง อู้ อู ตู๊ ตี๊ด ติ้ง อย่างนี้อยู่ตลอดเวลาทำให้การค้นหานั้นเป็นไปไม่ได้ หรือในบางครั้งเครื่องอาจจะเข้าว่าเป้าหมายนี่เจอนั้นเป็นการรบกวนจากแร่ธาตุในดินทำให้ข้ามเป้าหมายดีๆเอาดื้อๆ ข้อดีก็คือ ส่วนใหญ่แล้วพื้นดินส่วนใหญ่ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากเกินไปจากค่าที่่โรงงานตั้งไว้ให้ครับ ทำให้ผู้ใช้นั้นไม่สับสนในการใช้งาน และเครื่องมักมีราคาถูก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ยกเว้นในบางพื้นที่ เช่นดินแดงลูกรัง หรือชายทะเล ที่มีการรบกวนอย่างสูงจนเครื่องไม่สามารถทำงานได้ (ผมจะพูดถึงแร่ธาตุที่ทำให้เครื่องตรวจโลหะตาแทบบอดในครั้งต่อไป)



Ground Balance แบบอัตโนมัติ (Automatic Ground Balance)

ในเครื่องรุ่นที่สูงขึ้นไป(ราคา)มักจะใส่ความสามารถนี้เข้ามาให้ด้วย โดยเครื่องที่ความสามารถนี้จะสามารถตรวจจับ การรบกวนของแร่ธาตุในดินได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้เครื่องสามารถชดเชยหรือปรับลดค่าการรบกวนจากพื้นดินที่กำลังทำการค้นหาอยู่ได้เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ข้อเสียก็คือเครื่องมักมีราคาแพงกว่าเครื่องแบบแรก และถ้าหากเครื่องทำการคำนวณในขณะที่เราบังเอิญเจอเป้าหมาย(เอาสัญาณตอบสนองเป้าหมาย ไปคิดเป็นค่ารบกวน)ก็จะทำให้การค้นหาต่อๆไปมีการเพี้ยนได้ จนกว่าเครื่องจะทำการคำนวณอีกครั้งครับ เทคโนโลยีเหล่านี้มีชื่อเรียกต่างๆกันไปในแต่ละผู้ผลิตครับ ไม่ว่าจะเป็น Ground Traq, Auto ground grab, Ground fast grab บลาๆๆ




Ground Balance แบบแมนนวล (Manual Ground balance)


ชื่่ออาจจะฟังดูใช้งานยาก แต่จริงๆแล้วใช้ง่ายกว่าที่คิดครับ ในเครื่องรุ่นที่มีการปรับ Ground Balance แบบแมนนวลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องระดับสูงมีราคาค่อนข้างแพง ส่วนมากมักถูกใช้โดยพวกมืออาชีพหรือคนมีตังค์ ซึ่งสามารถทำให้เครื่องค้นหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ในการค้นหาหลายๆครั้งมืออาชีพมักจะมีการปรับเพิ่มหรือลดค่าการรบกวนมากกว่าหรือน้อยกว่าความเป็นจริงตามประสบการณ์ ของผู้ใช้แต่ละคนครับ โดยมากมืออาชีพจะเชื่อถือ"หู"ตัวเองมากกว่าระบบของเครื่อง โดยอยู่บนหลักการที่ว่าให้เครื่องสามารถค้นหาได้เต็มประสิทธิภาพได้ความลึกสูงสุด สำหรับการอ่านค่าการรบกวนนั้นสิ่งที่เราต้องทำเหมือนกันในเครื่องทุกรุ่นก็คือ เราต้องหาพื้นดินที่ไม่มีวัตถุโลหะใดๆอยู่ข้างล่างตรงจุดใต้คอล์ยค้นหา ห่างจากการรบกวนของสัญญาณไฟฟ้าใดๆ แล้วทำการ "ปั๊ม" เครื่องตรวจโลหะของเราเหนือพิ้นดินตรงนั้นเพื่ออ่านค่าการรบกวน ดังนั้นถ้าหากใครเห็นพวก Detectorist  เขากำลังยกเครื่องขึ้นๆลงๆ เขาไม่ได้สบัดเอาฝุ่นออกหรือวอร์มอัพร่างกายนะครับ เขากำลังอ่านค่าความรบกวนของพื้น และนั้นก็เป็นสัญญาณของมืออาชีพตัวจริงครับ

                                 





Monday, October 1, 2012

อากาศดีๆ กับ Garrett AT Pro

หลังจากที่ได้ทำความคุ้นเคยกับ Garrett AT Pro ซักพักใหญ่ๆ ค้นพบว่าเทคโนโลยีใหม่ๆนั้น สามารถช่วยให้เราแยกแยะวัตถุที่ถูกฝังอยู่ได้ดินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ประหยัดเวลาและแรงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะทำให้เรามองข้ามของดีๆไปได้เช่นกัน เดือนกันยายนที่ผ่านมา มินเนโซต้าเริ่มมีอากาศหนาวมาเยือนเป็นพักๆ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ดูแล้วบรรยากาศเหมาะกับการออกไปขุดเสียจริงๆ

ว่าแล้วก็ฉวยเจ้าเอทีโปรออกเดินทาง หลังจากหาสถานที่เหมาะๆสักพัก ก็สะดุดตากับบ้านหลังหนึ่งในเซนต์พอล อายุอานามน่าจะไม่ต่ำว่า 70 - 100 ปี  หลังจากที่ขออนุญาตเป็นเรื่องเป็นราวจากเจ้าบ้านแล้ว ก็เริ่มลงมือสำรวจทันที ทันทีที่เหวี่ยงเจ้าเอทีโปร เสียงแหลมๆโทนสูงก็ดังสวนออกมาออกมาจากลำโพง ตัวเลขที่หน้าจอ ระบุค่าแถวๆ 75-82 หลังจากแน่ใจในตำแหน่งแล้วจึงลงมือขุด ไม่ลึกนักก็บพบกับที่มาของเสียง วัตถุกลมๆแบนๆสนิมเครอะ หลังจากขัดๆถูๆสักพักก็ได้คำตอบว่า เป็นเหรียญ 1 เซ็นต์หรือเหรียญเพนนี ระบุปี ค.ศ. 1966 จึงเก็บเข้ากระเป๋าและทำการค้นหาต่อ หลังจากผ่านไปสักชั่วโมงเศษ ก็พบว่าสนามหญ้าหน้าบ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยเหรียญ พื้นที่เล็กๆไม่ใหญ่ไปกว่าตัวบ้านแต่มีเหรียญเก่าๆถูกขุดขึ้นมามากกว่า 50 เหรียญ แม้แต่เจ้าของบ้านเองก็แปลกใจ ไม่นานนักก็มีรถยนต์เข้ามาจอดบริเวณใกล้ๆ เด็กหนุ่มก้าวลงจากรถ พร้อมทักทายแนะนำตัวตามมารยาท เด็กหนุ่มแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกชายบ้านนี้และสนใจอยากลองเล่นเจ้าเมทัลดีเทคเตอร์ดูบ้าง เราจึงยื่นเครื่องให้พร้อมปรับเป็นโหมดพื้นฐานสำหรับมือใหม่ หลังจากอธิบายคร่าวๆแล้วเขาก็เดินเหวี่ยงเครื่องอาดๆไปทั่วสนามหญ้า ไม่นานนักเขาก็ก้มลงขุดดินตรงหน้า พร้อมกับโชว์ผลงานที่ตัวเองหาได้อย่างตื่นเต้น เราส่งยิ้มให้พร้อมคำชม พักใหญ่ๆหลังจากการก้มๆลุกๆของเขา ก็มีเสียงเรียกให้เราไปดูสิ่งที่เขาค้นพบ เขาบอกว่ามันคืออะไรไม่รู้ดูเหมือนรูปปั้นคนเล็กๆ เราเดินเข้าไปขอดู ของชิ้นที่เขาส่งมาทำให้เราตื่นเต้นกว่าเขาเสียอีก มันคือพระพุทธรูปไทยองค์เล็กๆ ที่ฐานเขียนว่าพระสิงห์หนึ่ง ความแปลกใจ คำถามพร้อมกับความตื่นเต้นก็ถาโถมเข้ามาหาเรา พระองค์นี้เดินทางมาที่นี่ได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ เราเอ่ยปากขอเขาว่าของชิ้นนี้เราขอได้ไหมเด็กหนุ่มยิ้มให้พร้อมบอกว่า ท่าทางมันจะสำคัญสำหรับคุณมากถ้าอยากได้ผมให้ ยังไงๆเครื่องตรวจโลหะนี้ก็ของคุณ ผมส่งยิ้มขอบคุณและปล่อยให้เขาค้นหาต่อไป ส่วนตัวผมนั้นหันไปตื่นเต้นกับของที่พึ่งพบมากกว่าจนตอนขากลับเกือบลืมเอาเจ้าเอทีโปรกลับมา ซะด้วยซ้ำไป

 


เมทัล ดีเทคเตอร์ ทำงานอย่างไร

ถ้าพูดถึง เครื่องตรวจโลหะ หลายๆคนก็คงมีความเข้าใจที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะคิดว่ามันคือ เครื่องมือ รปภ.ที่ใช้ในสนามบิน บ้างอาจคิดว่ามันเป็นเครื่องมือที่ใช้หาของที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน หรืออาจคิดว่าเป็นเครื่องมือบางชนิดที่ใช้กันใรโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ถูกต้องครับ เพียงแต่ในที่นี้เราจะพูดกันถึงในกรณีของเมทัล ดีเทคเตอร์ที่ใช้สำหรับหาของที่ถูกฝังอยู่เท่านั้นครับ
"ลักษณะทางกายภาพ"


เจ้าเครื่องที่ว่านี้แบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆครับ


1.ที่รัดแขน หรือตัวถ่วงสมดุล
2.กล่องควบคุม
3.ท่อต่อ
4.คอยล์ หรือ สายอากาศ


"หลักการทำงาน"

เครื่องจับโลหะสามารถตรวจหาโลหะได้โดยอาศัยหลักการสร้างความสมดุลของสัญญาญสนามแม่เหล็ก
ไฟฟ้าที่เกิดจากขดลวดส่งสัญญาญที่มีการประกอบพันอยู่ภายในเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องตรวจจับ
โลหะส่วนใหญ่จะใช้การสร้างคลื่นพลังงานที่คล้ายกับคลื่นความถี่วิทยุ โดยการสร้างความสมดุลของ
สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นรอบขดลวดตัวนำไฟฟ้า ซึ่งเป็นสภาวะที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากการ
ส่งคลื่นพลังงานจากขดลวดส่งสัญญาญ ไปยังขดลวดรับสัญญาณ ทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่สร้างขึ้น
ระหว่างขดลวดทั้งสองประเภทนี้เกิดเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติของแม่เหล็ก เกิดเป็นสนาม
แม่เหล็กไฟฟ้าโดยรอบบริเวณระหว่างขดลวดส่งสัญญาญและขดลวดตัวรับ
เมื่อมีวัตถุที่เป็นโลหะเคลื่อนผ่านจะก่อให้เกิดความไม่สมดุลทางสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น เครื่องตรวจจับ
โลหะจะตรวจวัดสัญญาญที่เกิดขึ้นและสามารถประมวลผลเพื่อทำให้ผู้ควบคุมเครื่องตรวจจับโลหะรับ
ทราบถึงการมีอยู่ของโลหะในพื้นที่นั้นๆ