Ground Balance คืออะไร
ในผืนดินอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผืนดินในแต่ละที่นั้นประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆมากมาย แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่โดยมากแล้วแร่ธาตุหลักๆที่ประกอบอยู่ในพื้นดินคือ "เหล็ก" อย่างเช่นศิลาแลงในบ้านเรานั้นก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับดืนที่มีส่วนประกอบของเหล็กอยู่อย่างสูง ซึ่งในบางพื้นที่อาจมีแร่ธาตุเหล่านี้ปกคลุมอยู่เป็นบริเวณกว้างหรือมากน้อยแตกต่างกันไป (บ้านเราดูง่ายๆดินสีแดงๆที่เรียกว่าลูกรัง)
ทีนี้มาเข้าเรื่องของการ Ground Balance กันดีกว่าครับ หากถามว่าทำไมต้องทำหรือมันจำเป็นอย่างไร
คำตอบก็คือ หากเครื่องตรวจโลหะของเราไม่มีความสามารถในการทำ Ground Balance แล้วเจ้าเครื่องมือของเราก็จะตรวจเจอแร่ธาตุนั้นๆในดินไงละครับ แทนที่เครื่องจะสามารถส่งสัญญาณค้นหาไปได้ลึกอย่างที่ควรจะเป็นกลับกลายเป็นว่า แร่ธาตุต่างๆไปรบกวนความสามารถในการส่งออกมาของสัญญาณนั่นเอง ดังนั้นเครื่องตรวจโลหะที่มีความสามารถในการทำ Ground Balance ได้นั้นจะสามารถมองข้ามสัญญาณรบกวนที่มากจากแร่ธาตุต่างๆในดินนั่นเองทำให้การค้นหาวัตถุเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เครื่องตรวจโลหะที่ผลิตกันออกมาขายในปัจจุบันนั้นต่างมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปใส่ไว้ในเครื่องของตนเองส่วฯใหญ่จะสามารถแบ่งได้หลักๆตามนี้ครับ
- ไม่มีระบบ Ground Balance
- Ground Balance แบบตั้งค่าคงที่จากโรงงาน
- Ground Balance แบบตั้งค่าแมนนวล
- Ground Balance แบบอัตโนมัติ
- Ground Balance แบบผสม(อัตโนมัติ+ตั้งค่าแมนนวล)
Ground Balance แบบตั้งค่าคงที่จากโรงงาน(Preset Ground Balance)
โดยมากแล้วเครื่องรุ่นต่ำๆราคาไม่สูงนักมักจะไม่ใส่ความสามารถนี้มาให้ แต่ในบางยี่ห้อที่ผู้ผลิตใจดีหรืออยากสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตัวเองก็มักจะใส่ความสามารถในการ Ground Balance แบบค่าคงที่มาให้ โดยที่ทางผู้ผลิตนั้นจะทำการ สำรวจและวิจัย ชนิดของดินต่างๆทั่วโลก ส่วนประกอบของแร่ธาตุต่างๆแล้วทำการหาค่าเฉลี่ย ของการรบกวนจากแร่ธาตุแล้วทำการตั้งค่านั้นๆมาในเครื่อง
ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ เมื่อเราทำการค้นหาในพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างมากๆจากค่าที่โรงงานตั้งไว้ให้ สิ่งที่จะเกิดก็คือ เครื่องจับโลหะของเราอาจจะร้องเสียงหลง อู้ อู ตู๊ ตี๊ด ติ้ง อย่างนี้อยู่ตลอดเวลาทำให้การค้นหานั้นเป็นไปไม่ได้ หรือในบางครั้งเครื่องอาจจะเข้าว่าเป้าหมายนี่เจอนั้นเป็นการรบกวนจากแร่ธาตุในดินทำให้ข้ามเป้าหมายดีๆเอาดื้อๆ ข้อดีก็คือ ส่วนใหญ่แล้วพื้นดินส่วนใหญ่ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากเกินไปจากค่าที่่โรงงานตั้งไว้ให้ครับ ทำให้ผู้ใช้นั้นไม่สับสนในการใช้งาน และเครื่องมักมีราคาถูก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ยกเว้นในบางพื้นที่ เช่นดินแดงลูกรัง หรือชายทะเล ที่มีการรบกวนอย่างสูงจนเครื่องไม่สามารถทำงานได้ (ผมจะพูดถึงแร่ธาตุที่ทำให้เครื่องตรวจโลหะตาแทบบอดในครั้งต่อไป)
Ground Balance แบบอัตโนมัติ (Automatic Ground Balance)
ในเครื่องรุ่นที่สูงขึ้นไป(ราคา)มักจะใส่ความสามารถนี้เข้ามาให้ด้วย โดยเครื่องที่ความสามารถนี้จะสามารถตรวจจับ การรบกวนของแร่ธาตุในดินได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้เครื่องสามารถชดเชยหรือปรับลดค่าการรบกวนจากพื้นดินที่กำลังทำการค้นหาอยู่ได้เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ข้อเสียก็คือเครื่องมักมีราคาแพงกว่าเครื่องแบบแรก และถ้าหากเครื่องทำการคำนวณในขณะที่เราบังเอิญเจอเป้าหมาย(เอาสัญาณตอบสนองเป้าหมาย ไปคิดเป็นค่ารบกวน)ก็จะทำให้การค้นหาต่อๆไปมีการเพี้ยนได้ จนกว่าเครื่องจะทำการคำนวณอีกครั้งครับ เทคโนโลยีเหล่านี้มีชื่อเรียกต่างๆกันไปในแต่ละผู้ผลิตครับ ไม่ว่าจะเป็น Ground Traq, Auto ground grab, Ground fast grab บลาๆๆ
Ground Balance แบบแมนนวล (Manual Ground balance)
ชื่่ออาจจะฟังดูใช้งานยาก แต่จริงๆแล้วใช้ง่ายกว่าที่คิดครับ ในเครื่องรุ่นที่มีการปรับ Ground Balance แบบแมนนวลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องระดับสูงมีราคาค่อนข้างแพง ส่วนมากมักถูกใช้โดยพวกมืออาชีพหรือคนมีตังค์ ซึ่งสามารถทำให้เครื่องค้นหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา ในการค้นหาหลายๆครั้งมืออาชีพมักจะมีการปรับเพิ่มหรือลดค่าการรบกวนมากกว่าหรือน้อยกว่าความเป็นจริงตามประสบการณ์ ของผู้ใช้แต่ละคนครับ โดยมากมืออาชีพจะเชื่อถือ"หู"ตัวเองมากกว่าระบบของเครื่อง โดยอยู่บนหลักการที่ว่าให้เครื่องสามารถค้นหาได้เต็มประสิทธิภาพได้ความลึกสูงสุด สำหรับการอ่านค่าการรบกวนนั้นสิ่งที่เราต้องทำเหมือนกันในเครื่องทุกรุ่นก็คือ เราต้องหาพื้นดินที่ไม่มีวัตถุโลหะใดๆอยู่ข้างล่างตรงจุดใต้คอล์ยค้นหา ห่างจากการรบกวนของสัญญาณไฟฟ้าใดๆ แล้วทำการ "ปั๊ม" เครื่องตรวจโลหะของเราเหนือพิ้นดินตรงนั้นเพื่ออ่านค่าการรบกวน ดังนั้นถ้าหากใครเห็นพวก Detectorist เขากำลังยกเครื่องขึ้นๆลงๆ เขาไม่ได้สบัดเอาฝุ่นออกหรือวอร์มอัพร่างกายนะครับ เขากำลังอ่านค่าความรบกวนของพื้น และนั้นก็เป็นสัญญาณของมืออาชีพตัวจริงครับ


No comments:
Post a Comment